บริการรถรับจ้างแล้ว เรามีหน้าที่ต้องชำระภาษีอย่างไร

เมื่อให้บริการรถรับจ้างแล้ว เรามีหน้าที่ต้องชำระภาษีอย่างไร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบชำระภาษีปีละ 2 ครั้งได้แก่
> ครั้งแรกยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.94 ใน เดือนกันยายนสำหรับเงินได้ในเดือนมกราคม- มิถุนายน
> ครั้งที่ 2 ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.90 ใน เดือนมีนาคมของปีถัดไปสำหรับเงินได้ ใน เดือนมกราคม-ธันวาคม โดยนำภาษีที่จ่าย ครั้งแรกมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ใน ครั้งที่ 2

ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลต้องยื่นแบบชำระภาษี ต่อกรม- สรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือทางอินเทอร์เน็ต ปีละ 2 ครั้ง ได้แก่
> ภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับตั้ง แต่วันครบ 6 เดือนของรอบระยะเวลาบัญชี
> ภาษีเงินได้สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับ ตั้งแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดย นำภาษีที่จ่ายในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีมา หักออกจากภาษีที่คำนวณได้เมื่อสิ้นรอบเวลา บัญชี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม
> การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เราจึง ไม่มีหน้าที่ทางภาษีในส่วนนี้

การตกแต่งภายนอกอาคารด้วยหญ้าเทียม

หญ้าเทียม (Artificial Turf) สามารถใช้ในการตกแต่งสวนภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม เพราะทำให้พื้นที่ Landscape สวยทันที ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องตบแต่งเพิ่ม ติดตั้งง่าย ทำได้ด้วยตนเอง โดยมีเทคนิคง่ายๆ คือการเลือกสี เลือกความยาวของหญ้า และประเภทของพื้นที่ติดตั้ง ดังนี้

การเลือกสีของหญ้าเทียม ต้องดูว่าสภาพแวดล้อมของบริเวณนั้น เหมาะกับสีเขียวล้วน หรือว่าสีธรรมชาติ (แบบมีสีหญ้าแห้ง) ส่วนมากแล้วการทำสวนจำลองจะนิยมใช้สีธรรมชาติมากกว่า ส่วนสีเขียวล้วนจะเหมาะกับสวนที่เน้นการแสดงของ Prop และ Furniture เช่นงาน event

การเลือกความยาวของหญ้าเทียม ส่วนมากจะเป็น 3cm , 2cm และ 1cm การทำสวนจำลองจะนิยมใช้ 3cm เพราะจะดูเหมือนหญ้าจริงตามธรรมชาติ ถ้า 2cm จะเหมือนสนามหญ้าที่พึ่งตัดใหม่ ๆ ตลอดเวลา แต่ 2cm ก็จะมีราคาที่ประหยัดกว่า

ประเภทของพื้น จะแบ่งเป็น ปูน หรือ ดิน หากเป็นพื้นปูนให้ใช้กาวยาง (ขายตามร้านก่อสร้างทั่วไป) ทาบนพื้นปูน โดยจะทาเฉพาะขอบหญ้าและขอบพื้น ให้มีความกว้างประมาณ 10cm ก็พอ บริเวณกลางผืนหญ้าไม่ต้องทา หากเป็นพื้นดิน เราจะยึดตัวหญ้ากับพื้นด้วยตะปูตัวยาว ๆ หรือ เหล็กที่ดัดเป็นตะขอตัว U เพื่อ lock หญ้าไว้กับทราย และดิน

ปัจจัยที่จะตัดสินว่าสปริงที่นอนแบบใดดีกว่ากัน

ปัจจัยที่จะตัดสินว่าสปริงที่นอนแบบใดดีกว่ากันนั้น มีหลายปัจจัยคือ

1.ประเภทหรือลักษณะของสปริงที่ใช้เป็นแบบบอนแนลล์ แบบออฟเซ็ท แบบปลายเปิด แบบ Pocket Spring หรือแบบต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป

2.ความสูงของขดลวดสปริงที่นอน หากขดลวดสปริงยิ่งสูงก็จะยิ่งมีช่วงการยืดหยุ่นต่อการรองรับน้ำหนักได้ดี โดยมาตรฐานขดลวดสปริงควรมีความสูงไม่ต่ำกว่า 6 นิ้ว

3.จำนวนรอบเกลียวของขดลวดสปริงที่นอน หากขดลวดสปริงที่มีรอบเกลียวมาก ความยืดหยุ่นและความทนทานจะดีกว่าขดลวดสปริงที่มีระบบเกลียวน้อยกว่า

4.คุณภาพของเส้นลวดสปริง เส้นลวดสปริงที่ดีจะต้องมีลักษณะเหนียวคืนตัวได้ดี ไม่แข็งกระด้างหรืออ่อนเกิน

5.จำนวนและขนาดของเส้นลวดสปริง จะต้องสัมพันธ์กันเสมอ หากต้องการเพิ่มจำนวนขดลวดสปริงต่อสปริงที่นอน 1 หลังให้มากขึ้น ก็ต้องลดขนาดของเส้นลวดสปริงให้เล็กลงเพื่อให้ได้สปริงที่นอนที่มีความแข็งแรงแต่ไม่กระด้าง

กลุ่มรักสุขภาพในการเลือกซื้ออาหาร

อาหารเพื่อสุขภาพ กลุ่มนี้จะมีความใส่ใจในสุขภาพอย่างมาก มีหลักการในการทานอาหาร เลือกอาหารตามหลักโภชนาการและคุณค่าทางอาหาร อาหารที่เลือกนั้นต้องมีคุณภาพ มาจากธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ผ่านกระบวนปรุงแต่งหรือขัดสีใด ๆ อาหารที่อยู่ในอดุมคติของกลุ่มคนเหล่านี้คือ อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สดใหม่ ตัวอย่างเช่นกลุ่มนักกีฬาที่ทานอาหารคลีน หรือกลุ่มคนที่ชอบอาหารออร์แกนนิคนั้นเอง
อาหารที่ดีต่อสุขภาพทานเวลาไหนก็ได้ กลุ่มนี้จะเลือกความสะดวกในการพกพาหรือรับประทานที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ขึ้นมา มีความที่ราคาแพง มีการอัดแน่นเพื่อสุขภาพอยู่ ไม่สามารถเตรียมอาหารเองได้ เช่นการทานถั่ว พวกแท่งพลังงาน หรือโยเกิร์ตพวกสุขภาพต่าง ๆ กลุ่มนี้จะได้แก่พวกคนออกกำลังกายที่ต้องทำงานทุกวัน
อาหารที่สะดวกแต่ดีต่อสุขภาพ กลุ่มนี้จะเลือกอาหารที่มีความง่าย สะดวกต่อการรับประทาน กลุ่มนี้จะสนใจสุขภาพไม่เท่ากับสองกลุ่มแรก ยอมแลกรสชติกับอาหารที่ไม่ถูกกับสุขภาพเล็กน้อย ยอมใช้เครื่องปรุง หรือต้องรสชาติของการปรุงด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ ขึ้นมา เช่นคนที่รักสุขภาพทั่วไป

กระบวนการรับผลิตน้ำดื่ม

น้ำทั้ง 3 ชนิด ผลิตมาจากแหล่งน้ำและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน จึงมีผลให้ต้นทุนการผลิต และองค์ประกอบในน้ำมีความแตกต่างกันด้วย ดังจะกล่าวต่อไป

ก. น้ำดื่ม เป็นน้ำที่มาจากแหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี โดยอาจเป็นน้ำบาดาลหรือน้ำประปา ซึ่งผ่านการกรองชั้นถ่าน เพื่อดูดกลิ่น และผ่านสารเรซินซึ่งช่วยลดความกระด้างของน้ำลง โดยการจับเกลือแร่ที่มีประจุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม หลังจากนั้นก็ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจปนเปื้อนในน้ำโดยการผ่านแสงอัลตราไวโอเลตหรือก๊าซโอโซน

ข. น้ำธรรมชาติ หรือน้ำแร่ โดยทั่วไปการผลิตน้ำแร่ไม่มีกระบวนการอื่นใด นอกจากการฆ่าเชื้อตามวิธีเดียวกับน้ำดื่ม น้ำแร่จึงมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำจากแหล่งกำเนิดมาก
ในต่างประเทศมักมีการอนุรักษ์บริเวณโดยรอบจุดที่ผลิตน้ำแร่เป็นอาณาเขตหลายตารางกิโลเมตร มิให้มีกิจกรรมอื่นๆที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสิ่งใดลงในแหล่งน้ำ ทำให้สูญเสียความเป็นธรรมชาติและอาจเกิดอันตรายอีกด้วย ก็เลยอยากให้ลองสังเกตโรงงานที่ผลิตน้ำแร่ในประเทศไทยว่าอยู่ห่างไกลจากชุมชนและแหล่งอุตสาหกรรมเพียงไร

การที่น้ำแร่มีคุณสมบัติแตกต่างกันตามแหล่งน้ำธรรมชาติจึงได้มีการกำหนดคุณสมบัติในแง่ของความปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์นี้ไว้มากมายโดยเฉพาะปริมาณของสารปนเปื้อนต่างๆ ปัจจัยที่นิยมกำหนดบนฉลาก คือ ค่าปริมาณเกลือแร่ หรือในมาตรฐานไทย เรียกว่า ปริมาณของแข็งละลาย ซึ่งมีค่าแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามแหล่งน้ำที่ใช้ บางยี่ห้ออาจมีเพียง 100 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่บางยี่ห้ออาจสูงถึง 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร ความแตกต่างกันนี้อาจมีผลต่อสุขภาพของบุคคลบางกลุ่มได้

ดูรายละเอียดการรับผลิตน้ำดื่ม

ขายกรอบรูป:ขอบหรือมาร์จิน

ขอบกระดาษแข็งซึ่งอยู่ระหว่างกรอบรูปกับรูป หรือที่เขาเรียก “มาร์จิน” เป็นตัวเน้นให้รูปนั้นดูโดดเด่นและมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมากจะใช้สีขาว ซึ่งเราจะต้องกะสัดส่วนของขอบกระดาษให้พอดี ถ้าขอบใหญ่เกินไป ภาพจะดูโหวงเหวง แต่ถ้าขอบเล็กเกินไป ภาพก็จะดูอึดอัด ซึ่งเราสามารถพิจารณาความกว้างของขอบกระดาษโดยดูที่น้ำหนักและขนาดของรูปนั้น เช่น ถ้าน้ำหนักรูปเบา ขอบก็ควรจะไม่ใหญ่มาก แต่ถ้ารูปสีเข้มๆ ก็ไม่ควรเลือกขอบที่เล็กเกินไป แต่ส่วนมากแล้วขอบขนาดมาตรฐานที่นิยมกันจะกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว หรือประมาณ 10-15 เซนติเมตร

ภาพเพ้นท์ส่วนใหญ่จะไม่มีมาร์จิน เพราะงานมักจะมีขนาดใหญ่และมีพลังของตัวเองอยู่แล้ว หรือบางทีในภาพของศิลปินก็เหมือนจะมีกรอบอยู่แล้วในตัว แต่ถ้าเป็นงานภาพพิมพ์ซึ่งพิมพ์ลงบนกระดาษนั้น มาร์จินจะช่วยป้องกันขอบของภาพไม่ให้ยับหรือฉีกขาด

สำหรับรูปที่ใส่ในกรอบหลุยส์ไม่นิยมมีมาร์จิน เพราะตัวกรอบเองก็มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว

เพิ่มเติม : http://www.anchaleeframe.com

พื้น PU โรงงานที่ใช้ในอุตสาหกรรม

พื้น PU ถูกพัฒนามานานกว่า 30 ที่ยุโรป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องพื้นคอนกรีตทั้งที่เป็นพื้นใหม่และพื้นที่ใช้งานแล้ว จากสภาพแวดล้อมจากการทำงานและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งสภาพแวดล้อมจากการใช้งานจะเป็นวัตถุหลัก เช่น ทนการกระแทก กรด-เบส สารเคมีและน้ำมัน เป็นต้น พื้นโรงงานอาหารและเครื่องดื่มเป็นพื้นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วในปัจจุบัน เนื่องจากอัตราการเพิ่มของประชากรที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น พื้นโรงงานที่ใช้ในอุตสาหกรรมประเภทนี้มีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้

พื้นต้องเหมาะกับ Medium & Heavy Duty Floors
สามารถใช้กับพื้นที่ที่ทำความสะอาดด้วยเครื่องขัดพื้น
ทนทานต่อสารเคมี
ช่วงอุณหภูมิการใช้งาน -40 oC – 112 oC
ใช้งานได้ดีหรือกันลื่นในสภาวะพื้นเปียก
เป็นพื้นที่ไม่มีรอยต่อ
ใช้งานได้ทั้งในและนอกอาคาร
สามารถติดตั้งเสร็จภายใน 1-2 วัน

สี PU ได้ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาคุณสมบัติมากที่สุดที่ตอบความต้องการเหล่านี้ โดยพื้นกลุ่มเรซินไม่มีพื้นอื่นทำได้ เช่น พื้นอีพ็อกซี่ พื้นไวนิล เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถหรือไหลซึมเข้ารูพรุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลือบพื้นที่เลือบยาก สี PU ได้เข้ามาใช้ทดแทนการใช้งานกระเบื้องเนื่องจากการทนทานต่อกรดและด่าง และที่สำคัญที่สุดคือพื้นพียูจะเป็นพื้นที่ไม่มีรอยต่อ จึงได้รับการรองรับมาตรฐาน GMP และ HACCP สีPUสามารถยั้บยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคที่เรีย ทนทานการกัดกร่อนของกรดและเบส พื้นพียูใช้ได้ในสภาวะที่มีความชื้นหรือสภาพพื้นเปียกได้ดี ซึ่งพื้นแบบนี้พื้น Epoxy ไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ สี PU ดีกว่าสี Epoxy ทั้งทางทนทานต่อการกระแทกและการใช้งานในสภาวะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง “Thermal Shock Resistance” บริษัท VIC มีทั้งเทคโนโลยีและนวัฒกรรมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของท่าน เรามีทั้งห้องทดลองและนักเคมีเพื่อสนับสนุนการทั้งตัวแทนจำหน่าย ช่างติดตั้งพื้นและผู้ใช้งาน เพื่อให้ท่านได้เลือกและใช้งานพื้นได้อย่างถูกหลักและถูกวิธี สี PU ได้ถูกจำหน่ายและเคลือบพื้นจากเรามีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของพื้นโรงงาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ดังนี้

มีความทนทานและมีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี
ทนทานต่ดการกระแทก (Impact Resistance)
ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (Thermal Shock)
ทนทานต่อสารเคมี (Chemical Resistance)
ไม่ต้องใช้รองพื้น (Self-Primer)
ไม่มีรอยต่อ
ยับยั้งการเริญเติบโตของเชื้อรา
ใช้เวลาในการติดตั้งสั้น
ไม่มีกลิ่น
รับรองมาตรฐาน GMPและ HACCP

ประเภทของห้องเย็นตั้งพื้นสำเร็จรูป

ประเภทของห้องเย็นตั้งพื้นสำเร็จรูป มี 5 ประเภท คือ

1. ห้องแช่เย็นเฉียบพลัน (Air Blast Chill Room)

มีไว้สำหรับลดอุณภูมิเพื่อรอกระบวนการต่อไป หรือ เพื่อควบคุมเชื้อแบคทีเรียหรือเพื่อให้เอ็นไซย่อยเนื้อในขบวนการผลิตเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่ห้องเย็นตั้งพื้นสำเร็จรูปเฉียบพลันจะมีข้อกำหนดของเวลาเข้ามาด้วย อุณหภูมิใช้งานที่ต้องการส่วนใหญ่ ประมาณ : 2 ถึง -10 องศาเซียลเซียสหรือขึ้นอยู่กับสินค้า

2. ห้องแช่แข็ง (Freezer Room)

มีไว้สำหรับลดอุณหภูมิและเก็บสินค้าในช่วงเวลานานๆที่อุณหภูมิต่ำกว่า จุดเยือกแข็งของตัวสินค้านั้นๆ”เช่น ปลาแช่แข็งเก็บรักษาที่อุณภูมิ -17.8 ถึง -23.3 องศาเซียลเซียส สามารถเก็บรักษาได้ระยะเวลา 8 ถึง 10 เดือน อุณหภูมิใช้งานที่ต้องการส่วนใหญ่ ประมาณ : ตั้งแต่ -5 ถึง -25 องศาเซียลเซียสหรือขึ้นอยู่กับสินค้า

3. ห้องเย็นเก็บรักษาสินค้า (Cold Storage Room)

มีไว้สำหรับเก็บรักษาสินค้าซึ่งสินค้าถูกผ่านการแช่แข็งมาแล้ว โดยที่สินค้าที่นำมาเก็บมีอุณภูมิ “ต่ำกว่า” หรือ “เท่ากับ” อุณหภูมิของห้องเก็บรักษาสินค้าในการคำนวณโหลดทำความเย็นไม่จำเป็นต้องคิดค่าความร้อนจากตัวสินค้า อุณภูมิใช้งานที่ต้องการส่วนใหญ่ ประมาณ : -25 องศาเซลเซียสหรือขึ้นอยู่กับสินค้า

4. ห้องแช่แข็งลมเย็นจัด (Air Blast Freezer Room)

มีไว้สำหรับ Freez สินค้าให้เย็นเร็ว โดยไม่ทำให้เซลเกิดความเสียหาย การ Freez สินค้าแต่ละประเภท แตกต่างกัน เช่น การ Freez ผักและผลไม้จะต้อง Freez เร็วไม่ทำให้ผนังเซลเกิดแตก ซึ่งการเกิดจากน้ำภายในเซลเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง (เกล็ดน้ำแข็ง) หรือการ Freez อาหารทะเลส่งออกจะต้องพยายามไม่ทำให้เกิดเกล็ดน้ำแข็งภายในเนื้อเซล เพราะจะทำให้เซลช้ำโดยทั่วๆไปห้องแช่แข็งลมเย็นจัด จะมีขนาดความจุของสินค้าได้ 2.5 Tons จะใช้เวลาในการ Freez ประมาณ 4-5 ชม. โดยข้อกำหนดจะต้องดึงอุณภูมิได้ไม่เกิน 6 ชม. อุณภูมิใช้งานที่ต้องการส่วนใหญ่ ประมาณ : -35 องศาเซลเซียสหรือขึ้นอยู่กับสินค้า

5. ห้องเย็นพักสินค้า (Anti Room)

มีไว้สำหรับลดอุณหภูมิของอากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิสูงไหลเข้าห้องแช่แข็งลมเย็นจัด (Air Blast Freezer Room ) หรือห้องเก็บที่มีอุณหภูมิต่ำๆ ห้องนี้บางครั้งก็มีไว้สำหรับพักสินค้า หรือ กระจายสินค้าบ้างในตัวเอง อุณหภูมิจะอยู่ประมาณอุณภูมิใช้งานที่ต้องการส่วนใหญ่ ประมาณ : -5 ถึง +10 องศาเซลเซียสหรือขึ้นอยู่กับชนิดของการทำงาน

วงการ Motorsport มีหนาว รถแข่งไร้คนขับทำเวลาไล่จี้กับคนแล้ว

ตอนนี้วงการ Motorsport ต้องมีร้อนๆ หนาวๆ กันบ้าง เพราะล่าสุดเริ่มมีการนำรถแข่งไร้คนขับมาวิ่งทดสอบ และแข่งขันระหว่างรถแข่งไร้คนขับด้วยกันแล้ว แถมยังทำเวลาได้ดีด้วย

Roborace คือผู้ผลิตรถแข่งไร้คนขับ หรือ Autonomous Race Car รายแรกที่ส่งรถแข่ง 2 คันภายใต้ชื่อ DevBot ลงสนามแข่งขันจริงในรายการ Formula E หรือการแข่งขันรถสูตรพลังงานไฟฟ้า ที่สนาม Buenos Aires ePrix แต่การแข่งขันนั้นไม่ได้แข่งกับนักขับจริงๆ แต่อย่างใด เพราะทางบริษัทเพียงนำรถสองคันมาแข่งขันกันเองเท่านั้น

ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีเลยทีเพียว โดยคันหนึ่งสามารถวิ่งจนจบการแข่งขันได้ ทำเวลาต่อรอบต่ำกว่าที่หนึ่งที่เป็นคนขับเพียง .30 วินาที ส่วนอีกคันไม่สามารถเข้าโค้งได้อย่างถูกต้อง จนต้องชนกับกำแพงสนาม และออกจากการแข่งขันครั้งนี้ไป ซึ่งในสนามถัดไปที่ประเทศเม็กซิโก รถแข่ง 2 คันนี้ก็จะถูกนำมาแข่งขันกันเองอีก รวมถึงในอีก 6 สนามที่เหลือด้วย

สำหรับข้อแตกต่างของรถแข่งทั้งสองคันนั้นมีเพียงสมองกลที่สามารถเรียนรู้การขับขี่ด้วยตนเองได้ นอกจากนั้นทุกอย่างเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบ หรือรูปทรง รวมถึงเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่ตรงตามกฎ Formula E ดังนั้นความเก่งของรถทั้งสองคันจึงขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของสมองกลของทั้งสองคันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Roborace ไม่ได้ออกแบบแค่รถเพื่อการแข่งขันในรายการ Formula E แต่ยังออกแบบ Robocar รถแข่งที่ล้ำสมัย และคงจุดเด่นเรื่องไร้คนขับ และมีสมองกลที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ และถ้ารถแข่งขันนี้ลงสนามจริง คงเป็นเรื่องที่น่าคิดสำหรับวงการ Motorsport ว่าจะให้แข่งได้หรือไม่ และถ้าแข่งแล้วเกิดชนะขึ้นมาจะปฏิวัติวงการได้อย่างไร
Robocar รถแข่งไร้คนขับสุดล้ำสมัย
สรุป

เชื่อว่าอีกไม่นาน รถยนต์ไร้คนขับจะเข้ามามีบทบาทใน Motorsport มากขึ้นแน่นอน แต่ก็อยู่ที่กว่าคณะจัดการแข่งขันจะยอมรับนวัตกรรมใหม่หรือไม่ เพราะมันอาจจะทำให้การรับชมลดความสนุกลง และนักแข่งที่แข่งกับรถยนต์ไร้คนขับก็คงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแข่งกับเกมคอมพิวเตอร์อยู่ แต่หากรถไร้คนขับชนะจริง ก็คงจะเป็นอีกอุตสาหกรรมที่ถูกหุ่นยนต์กลืนกิน

อ้างอิง // The world’s first AI driverless race cars will race in their own series

รถเช่าเชียงใหม่

เมื่อก่อน เราอาจจะเคยชินกับการขับรถส่วนตัว เพื่อเดินทางไปยังปลายทาง ซึ่งมีระยะไกล หรือบางคนเลือกเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ แต่เดี๋ยวนี้ผู้บริโภคนิยมเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้น ทั้งเพื่อเดินทางปกติและการท่องเที่ยว เพราะการขยายเส้นทางของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ในไทย กระจายออกสู่จังหวัดปลายทางที่หลากหลาย ด้วยราคาที่ถูกลง คนเข้าถึงได้ง่าย ทำให้ธุรกิจเช่ารถยนต์เพื่อการท่องเที่ยวเติบโตตามไปด้วย เพราะสามารถควบคุมงบประมาณและท่องเที่ยวตามใจ ในแบบที่ตัวเองต้องการ

อย่างครอบครัวนี้มักจะท่องเที่ยวด้วยการเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินโลว์คอสต์ และเช่ารถในปลายทาง เพื่อไปท่องเที่ยวในหลากหลายที่ด้วยตัวเอง รวมงบประมาณในการเที่ยวต่อทริปไม่เกิน 20,000 บาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า มูลค่าตลาดรถเช่าในไทย ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี มูลค่าตลาดในปีก่อนหน้าอยู่ที่2 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับผลประกอบการของ รถยนต์ให้เช่าแบรนด์ เฮิร์ทซ ในปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้ทั้งปี จากธุรกิจให้เช่ารถยนต์ระยะสั้น และระยะยาว เติบโตขึ้น 30% เป็นการเติบโต 4 ปีต่อเนื่อง โดยคาดว่ารายได้ให้เช่ารถยนต์ระยะสั้น หรือเช่าเพื่อการท่องเที่ยวในปีนี้ (58) จะเติบโต 25 % คิดเป็นมูลค่า 300-400 ล้านบาท การเติบโตที่เกิดขึ้นเพราะได้รับอานิสงค์จากราคาตั๋วโดยสารโลวคอสแอร์ไลน์

การแข่งขันรถยนต์ให้เช่าในไทย ยังคงฝุ่นตลบ เพราะต้องแข่งขันในตลาดอินเตอร์ และแบรนด์ไทย รวมถึง เอสเอ็มอี ที่ให้บริการรถยนต์ให้เช่ามากขึ้นเรื่อยๆ ตามการท่องเที่ยวที่เติบโต

เพิ่มเติม : http://www.phupingcarrent.com/